
ในวันที่ ๑๙ มกราคมของทุกปี ชาวชัยนาท โดยเฉพาะชาวอำเภอสรรคบุรี จะทำพิธีบวงสรวงดวงวิญญาณขุนสรรค์ ท่านเป็นบุคคลสำคัญทางประวัติศาสตร์ไทยคนหนึ่ง ขุนสรรค์เป็นหนึ่งในผู้นำชาวบ้านบางระจันที่ช่วยกันต่อสู้พม่าเพื่อรักษาแผ่นดินเกิดย่างกล้าหาญ จนได้รับการขนานนามว่า "วีรชนแห่งลุ่มแม่น้ำน้อย"
อนุสาวรีย์ขุนสรรค์ ตั้งอยู่ที่ว่าการอำเภอสรรคบุรี ซึ่งห่างจากตัวจังหวัดชัยนาท ๒๐ กิโลเมตร ก่อนที่กรุงศรีอยุธยาจะเสียกรุงเป็นครั้งที่ ๒ ได้เกิดวีรชนค่ายบางระจัน ซึ่งได้รวมตัวกันต่อสู้กับพม่าโดยมีพระอาจารย์ธรรมโชติเป็นผู้นำ ขุนสรรค์ก็เป็นหนึ่งในผู้นำชาวบ้านบางระจันที่ร่วมกันต่อสู้กับพม่าอย่างกล้าหาญ เชื่อกันว่าขุนสรรค์ชาวเมืองสรรคบุรีมีตำแหน่งเป็นกำนันปกครองเมืองสรรค์ ได้รวมไทยอาสาป้องกัชาติออกรบ เป็นหน่วยกล้าตายเข้าต่อสู้กับทัพพม่าถึง ๗ ครั้ง แต่ไม่สำเร็จ เนื่องจากมีกำลังน้อย และถูกโต้ตอบด้วยปืนใหญ่และปืนเล็กจนในที่สุดขุนสรรค์และพรรคพวกก็เสียชีวิตในค่ายพม่า หลังจากที่ได้พยายามต่อสู้กับทัพพม่าอย่งห้าวหาญ แม้จะทำการไม่สำเร็จแต่ก็ได้ฝากชื่อเสียงไว้ให้ชนรุ่นหลังได้ภาคภูมิใจ
ชาวชัยนาททุกคนโดยเฉพาะชาวอำเภอสรรคบุรีไม่เคยลืมวีรกรรมอันยิ่งใหญ่ของขุนสรรค์และให้การยกย่องว่าเป็นไทยอาสาป้องกันชาติคนแรกของอำเภอสรรคบุรี ชาวอำเภอสรรคบุรี ตระหนักถึงความสำคัญและภาคภูมิใจในวีรกรรมของบรรพบุรุษ จึงได้รวบรวมทรัพ์สินเงินทองก่อสร้างรูปจำลอง "ขุนสรรค์" ขึ้นเมื่อวันที่ ๙ เมษายน ๒๕๒๕ โดยเชิญนายมนตรี ตระหง่าน ผู้ว่าราชการจังหวัดชัยนาท เป็นประธานเททองหล่อรูปจำลอง ณ วัดวิหารทอง ตำบลเที่ยงแท้ อำเภอสรรคบุรี เสร็จแล้วนำมาประดิษฐานบนแท่นยืน ณ บริเวณหน้าที่ว่าการอำเภอสรรคบุรี เพื่อเป็นอนุสรณ์แก่ชนรุ่นหลัง
อนุสาวรีย์ขุนสรรค์ ขนาดสูง ๒.๕๐ เมตร ใช้เงินทุนทั้งสิ้น ๔๐๐,๐๐๐ บาท
และได้ทำพิธีเปิดและสมโภชครั้งแรกเมื่อวันที่ ๑๙ มกราคม พ.ศ. ๒๕๒๖ หลังจากนั้นทุก ๆ
ปี ก็มีการบวงสรวงและสมโภชมานับเป็นประเพณีท้องถิ่นที่สำคัญประเพณีหนึ่ง![]()